วันพุธที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2552

สะพานเหล็ก @ ตะกั่วป่า เหมืองแร่จุติ

ช่วงสงกรานต์ที่ผ่านมาได้มีโอกาสเดินทางกลับบ้านที่ตะกั่วป่า ครั้งนี้สัญญากับตัวเองไว้ว่าจะไปเก็บภาพสะพานเหล็ก เพราะเมื่อปีใหม่ที่ผ่านมาไม่ได้เก็บภาพไว้





บรรยากาศรอบๆ สะพาน






ตื่นแต่เช้ารีบออกไปถ่ายรูปที่สะพาน บรรยากาศเช้าๆ ตรงนี้จะสวยมากเลย มีละอองน้ำค้าง ขับรถต้องระวังลื่นด้วยนะ





สะพานเหล็กนี้ถือว่าเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองตะกั่วป่า เพราะมีมานานมากแล้ว เท่าที่จำได้และพอรู้ มีมาตั้งแต่สมัยเมืองตะกั่วป่า กำลังรุ่งเรืองเรื่องเหมืองแร่ดีบุก เพราะจุดที่ตั้งของสะพานเหล็กเป็น โรงถลุงแร่ดีบุกเก่าแก่แห่งหนึ่ง ทำให้ผู้คนใช้สะพานเหล็กแห่งนี้เดินทางมาที่เหมืองแร่นี้

แต่เนื่องจากสะพาแคบมาก ทำให้มีเพียงการเดินทางด้วยการเดิน จักรยาน และมอไซต์เท่านั้นที่สามารถสัญจรไปมาบนสะพานเหล็กแห่งนี้ได้



สะพานเหล็กนี้เคยเป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์มาแล้ว เท่าที่จำได้ก็มี เรื่อง เสือ 11 ตัว ของยูมา ที่ออกอากาศทางช่อง 3 และล่าสุดก็เรื่อง Wonderful Town ที่พึ่งได้รับรางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยมไป



วันพุธที่ 25 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

กาญจนบุรี วันที่สอง

เช้าวันที่สอง ของการเที่ยวกาญจนบุรี ที่ธารทิพย์รีสอร์ท อากาศตอนเช้า เย็นสบาย บรรยกาศยามเช้าของต่างจังหวัดมันช่างต่างกับบรรยกาศยามเช้าของกรุงเทพ เสียนี้กะไร

ตื่่นเช้ามาเดินออกกำลังกาย หายใจเอาอากาศบริสุทธิ์เข้าไปให้เต็มปอด ก่อนออกเดินทางไปเที่ยวเขื่อนศรีนครินทร์ยามเช้ากัน และอุทยานแห่งชาติน้ำตกเอรวัณกัน




































ออกจากสันเขื่อน เรามุ่งหน้าสู่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเอราวัณ น้ำตกเอราวัณ มีระยะทางยาวประมาณ 1,500 เมตร ติดต่อกันแบ่งออกเป็นชั้นๆ ได้ 7 ชั้นด้วยกัน แต่ละชั้นมีความสวยงามร่มรื่นไปด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ ทั้งเถาวัลย์พันเกี่ยวทอดตัวไปบนต้นไม้ใหญ่ กล้วยไม้ป่าหลายชนิดบนคาคบไม้ สายธารน้ำที่ไหลตกลดหลั่นลงมาบนโขดหินสู่งแอ่งน้ำเบื้องล่างในชั้นที่ 7 ซึ่งเป็นชั้นบนสุด เมื่อน้ำตกไหลบ่าจะมีลักษณะคล้ายหัวช้างเอราวัณ จนคนทั่วไปรู้จักและขนานนามว่า น้ำตกเอราวัณ

น้ำตกเอราวัณมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นที่จอดรถ ร้านค้า ร้านอาหาร บ้านพักอุทยาน รถกอล์ฟรับส่งจากที่ทำการไปยังน้ำตกชั้นที่ 1




เที่ยวน้ำตกเอราวัณจนเหนื่อย ได้เวลากลับไปเก็บสัมภาระ เตรียมตัวเดินทางไปเที่ยวสตูดิโอพร้อมมิตร เยี่ยมชมกองถ่ายภาพยนจร์สมเด็จพระนเรศวรกันต่อ การเดินทางไปยังสตูดิโอพร้อมมิตร

หากขับรถเข้าตัวเมืองกาญ ผ่านตัวเมืองตรงไปเรื่อยๆ เป็นทางที่ไปลาดหญ้า บ่อพลอย น้ำตกเอราวัณ เขื่อนศรีนครินทร์ ผ่านหน้าค่ายสุรสีห์ สามแยกไปบ่อพลอย ไม่ต้องเลี้ยว เจอแยกอะไรก็ไม่ต้องเลี้ยวทั้งนั้น ช่วงนี้ถนนแคบเป็นสองเลน
... ประมาณ 9 กม. จากเมือง ถึงสี่แยกที่ลาดหญ้า ช่วงนี้สังเกตุว่าถนนจะขยายเป็นหกเลน ซ้ายมือจะเป็นวัดลาดหญ้า ขวามือเป็นโรงเรียนลาดหญ้า ให้เลี้ยวตรงสี่แยกนี้ไปทางขวา จะเป็นทางที่ไปบ่อพลอยได้
... ขับรถตรงไปทางที่จะไปบ่อพลอย ผ่านหน่วยทหาร โรงพยาบาลค่าย จังหวัดทหารบก ตลาดค่าย จนถึงสามแยกไฟแดง ขวามือจะเป็นสนามบินค่าย ขับรถตรงไปไม่ต้องเลี้ยว
... เลยสามแยกสนามบินไปเล็กน้อย ขวามือจะเป็นสวนสัตว์ ซ้ายมือจะเป็นสวนสุขภาพใหญ่ ให้เลี้ยวซ้ายตรงสวนสุขภาพ ตรงนี้มีป้ายบอกยินดีต้อนรับสู่กองพลทหารราบที่ ๙
...

พอเลี้ยวแล้วก็ตรงไปตามทาง สุดทางจะเป็นหน่วยทหาร ก่อนถึงหน่วยทหารจะมีทางแยกเลี้ยวขวาไปจะเห็นป้ายโรงถ่ายแล้วครับ









--> ย้อนกลับไปดู วันแรกที่ธารทิตย์รีสอร์ท

ธารทิพย์รีสอร์ท กาญจนบุรี

ธารทิพย์รีสอร์ท
ราคา 1200 บาท ตลอดทั้งปี
220 หมู่ 4 ตำบลท่ากระดาน อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี 71250
08 6172 6632, 08 0788 5598

พิกัด GPS ธารทิพย์รีสอร์ท : 14?21'6.20"N 99?10'32.70"E

ในที่สุดเราก็เดินทางเข้าจังหวัดกาญฯ กันแล้ว หลังจากแวะไปทานอาหารที่จอมบึง ร้านปั๋งหงายกันมา เมื่อเข้าเขตจังหวัตกาญจฯ เรามุ่งหน้าตรงไปยังอำเภอศรีสวัสดิ์ ธารทิพย์รีสอร์ทอยู่ก่อนถึง เขื่อนศรีนครินทร์ ซักประมาณ 5 กิโลเห็นจะได้

บรรยกาศในรีสอร์ท ดูสงบ ร่มรื่นดี ด้านหลังติดกับแม่น้ำ ที่ไหลมาจากเขื่อน ให้ความรู้สึกผ่อนคลาย เหมาะกับการมาพักผ่อนยิ่งหนัก เราได้รับการต้อนรับอย่างดีจากลุงกับป้าเจ้าของรีสอร์ท








ธารทิพย์จะมีห้องให้เลือกหลายแบบ สำหรับห้องที่เป็นหลังเล็ก สามารถพักได้ไม่เกิน 2 คน หากต้องการห้องที่ใหญ่ก็ต้องพักที่ตัวอาคาร ซึ่งมีหลายห้องด้วยกันห้องที่เราพัก เป็นห้องด้านหลังของตึกสามารถมองเห็นแม่น้ำด้านหลังได้เป็นอย่างดี


ตัวห้องพักไม่ได้ถ่ายมา เพราะลืม :) แต่สภาพโดยรวมของห้องก็ค่อนข้างดี สมราคา ห้องสะอาด แต่มีจุดแปลกตาที่หนึ่งคือประตูห้องน้ำมันปิดได้ไม่สนิท ทำให้เข้าห้องน้ำกันไม่ค่อยสนิทใจ ต้องหาผ้าขนหนูมาปิดบังตาไว้








บรรยากาศรอบๆ รีสอร์ท และรอบๆ ห้องพัก ร่มรื่น และเต็มไปด้วยต้มไม้น้อยใหญ่ นานาชนิดที่ลุงกับป้าช่วยกันปลูกและดูแล ทำให้รู้สึกสดชื่นเป็นอย่างมาก มีมุมให้นั่งเล่นหลายๆ มุม







นอกจากห้องพักที่อยู่บนบกแล้ว ธารทิพย์ยังมีห้องพักแบบแพลอยน้ำ เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการนอนแพเป็นอย่างยิ่ง









หลังจากเดินสำรวจและพักจนหายเหนื่อย เราออกไปสำรวจเขื่อนศรีนครินทร์ยามเย็นกัน เพื่อเก็บเกี่ยวบรรยากาศของเขื่อนก่อนพระอาทิตย์ตกดิน ที่เขื่อนอากาศดีมาก ลมเย็นสบาย หายใจได้เต็มปอด ไว้พรุ่งนี้จะมาถ่ายรูปเขื่อนยามเช้ากันอีกที









กลับจากเที่ยวเขื่อน เราสั่งทางรีสอร์ทไว้ให้ทำอาหาร 3 อย่างสำหรับมื้อคำ มีไข่เจียวทรงเครื่อง (หมูสับ เห็ดโคน และอื่น) ต้มยำปลาคังน้ำไส (อร่อยมากกก) ผัดผักรวม อาหารโดยรวมอร่อยมาก และราคาไม่แพง ป้าเจ้าของรีสอร์ทเป็นคนทำอาหารทั้งหมดเลยครับ

ดูๆ ไปการมาพักที่ธารทิพย์ก็เหมือนกันพักโฮมสเตย์ เพียงแต่ดูดีกว่า เจ้าของและแขกค่อนข้างใกล้ชิดกัน แต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัวไว้


--> รุ่งเช้าที่ธารทิพย์รีสอร์ท